วิธีใช้โซดาไฟเกล็ดกับท่อตันอย่างถูกวิธี


วิธีใช้โซดาไฟเกล็ดกับท่อตันอย่างถูกวิธี
เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าท่อตันนั้นเราสามารถใช้โซดาไฟแก้ปัญหาท่อตันได้ แต่มันมีวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เรามาดูกันดีกว่าครับ การใช้งานที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร หลายๆคนจะได้นำไปใช้งานกันได้ครับ 

1. เติมน้ำปริมาณ 0.5-1 ลิตร ลงในภาชนะ
2. ใส่โซดาไฟลงไปประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ
3. คนให้เข้ากัน จนโซดาไฟละลายหมด ขั้นตอนนี้ระวังโซดาไฟระเหยเข้าตาหรือจมูก
4. นำไปเท ในท่อที่ตันหรือชักโครก
5. รอให้โซดาไฟออกฤทธิ์ ขจัดล้างสิ่งอุดตันในท่อ
6. เทน้ำตามมากๆเพื่อล้างโซดาไฟในท่อให้หมด

หลายๆท่านที่ทำตามขั้นตอนนี้ อาจจะมีปัญหา โซดาไฟแข็งตัวอุดตันอยู่ในท่อหรือชักโครก แต่เรามีวิธีแก้ มาลองดูกันครับ
การป้องกันโซดาไฟแข็งตัวในโถชักโครก
หากท่านจะใช้โซดาไฟชนิดเกร็ดหรือผงในการแก้โถชักโครกหรือท่ออุดตันหลังจากใส่โซดาไฟลงไปแล้วอย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 5 นาที หลังจากเทลงไปสองสามนาทีก็ให้ราดน้ำตามลงไปเลยมิเช่นนั้นโซดาไฟจะแข็งตัวเป็นเนื้อเดียวกันจนอุดโถท่อชักโครกดังกล่าว

 

วิธีละลายโซดาไฟที่แข็งตัวในโถชักโครก
หากโซดาไฟเกิดแข็งตัวติดอุดอยู่ในโถชักโครก ความจริงโซดาไฟที่แข็งตัวสามารถละลายในน้ำได้เองเมื่อทิ้งไว้ในน้ำหลายๆวัน แต่ถ้าท่านต้องการให้ละลายเร็วขึ้นก็ให้ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำมาราดลงไปในโถชักโครกหรือคอห่านที่โซดาไฟแข็งติดอยู่ไม่นานมันก็จะละลายออกไปเร็วขึ้นครับ หรือไม่ก็นำน้ำส้มสายชูสักขวด ไม่ก็น้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรดอ่อนๆ เช่น HCl ที่เป็นน้ำยาล้างห้องน้ำ มาราดลงไปทิ้งไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วกดชักโครกตามก็จะทำให้โซดาไฟละลายได้เร็วขึ้นเช่นกัน

ข้อควรระวังในการใช้งานโซดาไฟ
ถึงแม้โซดาไฟ จะใช้งานกันมากในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ก็มีข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้งาน เนื่องจากเป็นสารเคมี ดังนั้นเวลาใช้งานจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

1. ละอองของโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อบุระบบทางเดินหายใจ หากสูดเอาไอหรือฝุ่นโซดาไฟเข้าไป และอาจมีผลให้เกิดการระคายเคือง และอักเสบที่ปอด
2. การสัมผัสกับผิวหนังที่มีความเข้มข้นสูงจะทำให้เกิดเป็นแผลพุพอง และเป็นแผลเป็นได้ หรือการสัมผัสกับไอของโซเดียมไฮดรอกไซด์เป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนังแห้ง แตกสะเก็ดเป็นแผลได้ ระวังอย่าให้โซดาไฟถูกผิวหนัง
3. เมื่อสัมผัสกับตาจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง ทำลายเนื้อเยื่อ แผลพุพอง เป็นต้อหินหรือต้อกระจกและอาจตาบอดได้
4. เมื่อเข้าสู่ปาก และทางเดินอาหารจะทำให้เกิดการกัดกร่อนอย่างรุนแรงต่อเนื้อเยื่อทางเดิน อาหาร ทำให้เป็นแผลที่ช่องปาก และลำคอไหม้ ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน วิงเวียน จนถึงตายได้และอาจจะกลายเป็นมะเร้งในระยะเวลา 10-20 ปีได้
5. ขณะใช้งาน ควรสวมผ้าปิดจมูก สวมถุงเท้า ถุงยางมือ แว่นตากันสารเคมี และสวมชุดป้องกันสารเคมีให้เรียบร้อย