mfg

เปิดมิติใหม่สําหรับพื้นอุตสาหกรรมด้วยสตีลไฟเบอร์ (STEEL FIBER)

เปิดมิติใหม่สําหรับพื้นอุตสาหกรรมด้วยสตีลไฟเบอร์ (STEEL FIBER)

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเพิ่มความแข็งแรงให้กับพื้นคอนกรีตนั้นมีอยู่หลายอย่าง เช่นการใช้ตะแกรงเหล็กผูก รองก่อนทำการเทพื้น การใช้งานไวร์เมชรองก่อนเทพื้น และการใช้สตีลไฟเบอร์ (steel fiber) ใช้ผสมกับคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งการใช้สตีลไฟเบอร์นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน 

 

สตีลไฟเบอร์
ลักษณะของสตีลไฟเบอร์

เรามาดูกันดีกว่าสตีลไฟเบอร์นั้นคืออะไร และใช้งานอย่างไร 

อธิบายง่ายๆ คือ วัสดุที่ทำมาจากเหล็กหรือเส้นลวดซึ่งมีการผลิตมากมาย มีขนาดเป็นเหมือนเส้นใย 

สตีลไฟเบอร์ในงานคอนกรีตโครงสร้าง มีประวัติเริ่มต้น ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมาได้เริ่มมีการ ใช้งาน Fibre reinforce concrete (FRC) กันอย่างกว้างขวางในแวดวงงานก่อสร้าง ซึ่งมีส่วนผสม สามส่วน คือ  น้ำปูน วัสดุมวลรวมหยาบและละเอียด และส่วนสุดท้ายคือส่วนผสมของเส้นใยไฟเบอร์ มีทั้งแบบ เส้นในพลาสติก โพลีพร็อพพีลีน (Prolypropylene Fibre) และเส้นใยเหล็ก (Steel Fibre) โดยเส้นใยทั้ง 2 ชนิด ทำหน้าที่แตกต่างกัน คือ เส้นใยโพลีพร็อพพีลีน จะใช้เพื่อทำกาารหน่วงการคายน้ำในคอนกรีตให้นานขึ้น ส่งผลให้คอนกรีตนั้นลดผลกระทบของรอยร้าวเเนื่องมากจากอุณหภูมิ  ส่วน เส้นใยเหล็ก หรือสตีลไฟเบอร์นั้น จะให้กำลังแก่คอนกรีตที่มากกว่ามาก สามารถนำไปใช้ออกแบบเป็นโครงสร้างรับกำลังและแรงกระแทกได้ดีมาก  เช่น งานพื้นโรงงาน อุโมงค์ ฐานราก เป็นต้น  โดยเมื่อคอนกรีตที่ผสมสตีลไฟเบอร์เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้น ตัวสตีลไฟเบอร์จะประพฤติตัวเป็นสะพานเพื่อยึดรอยร้าวนั้นไม่ให้แตกร้าวมากขึ้นโดยง่าย และยังสามารถรักษาน้ำบรรทุกที่ออกแบบไว้ได้อีกด้วย จึงเป็นการดี หากคอนกรีตโครงสร้างมีการผสม สตีลไฟเบอร์เข้าไป เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทก เพิ่มการรับน้ำหนักบรทุก และยังยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างได้อีกด้วย 

 

เพราะพื้นมีความต้องการแตกต่างกัน
เราตระหนักถึงพื้นอุตสาหกรรมมีความต้องการจำเพาะ แตกต่างกันจากพื้นท่ีของเหลวซึมผ่านไม่ได้ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไปจนถึงโครงสร้างรองรับชั้นวางอันทันสมัย พื้นอุตสาหกรรมสมัยใหม่มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานชุดผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Dramix® จึงถูกออกแบบสำหรับ ใช้งานกับพื้นอุตสาหกรรมทุกประเภท

พื้นเสริม Dramix® STEEL FIBER เหมาะสําหรับ  

* พื้นภายในโรงงาน
* พื้นทับหน้าพื้นเดิม
* พื้นภายนอกทั่วไป
* พื้นป้องกันการซึมผ่าน
* พื้นรับแรงแผ่นดินไหว
* พื้นโครงสร้าง
* พื้นรับแรงระเบิด
* พื้นอุตสาหกรรม
* พื้นโรงกระจายสินค้า

และยังสามารถประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆ ได้มากมาย

 

การใช้สตีลไฟเบอร์กับงานโกดัง

ปัจจุบันโกดังเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการความปลอดภัยสูงมาก พื้นจึงเป็นชิ้นส่วนหลักเพื่อให้ความปลอดภัยและ
การทํางานท่ีมีประสิทธิภาพ นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำ ให้เราใช้พื้นไร้รอยต่อเสริม STEEL FIBER ในทุก โกดังที่เราสร้างทั่วโลก STEEL FIBER ของ Dramix® เป็นคําตอบเพื่อจัดการกับปัญหารอยแตกร้าวของพื้น ช่วยให้ลดใค่าใช้จ่ายในการดูแลมีความทนทานและ ”เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” 

 

เหตุผล 4 ข้อกับพื้นเสริม STEEL FIBER

การใช้งานสตีลไฟเบอร์กับงานพื้นนั้น มีข้อดีอย่างไร ลองมาดูกันครับ 

การเสริมกําลังพื้นโดยโครงข่ายทุกทิศทาง การเสริมกำลังพื้นโดยสตีลไฟเบอร์ (Steel Fiber) มีข้อดีหลายด้านเนื่องจากเส้นใยมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งคอนกรีตทำให้พื้นมีการเสริมกำลัง ในทุกบริเวณไม่ว่าแรงจะมาในทิศทางใด ขนาดแรงจะสูงเท่าไหร่เส้นใย สามารถรับกำลังแรงได้อย่างเหมาะสมตลอด

1. ออกแบบควบคุมการแตกร้าว STEEL FIBER สร้างความเชื่อมั่นว่าพื้น จะได้รับการควบคุม แม้แต่รอยร้าวเล็กๆ พื้น จึงมีความปลอดภยัและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน สตีลไฟเบอร์ (Steel Fiber)ยังช่วยให้พื้นป้องกันการซึมผ่านตามมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมขั้นสูง

 

 

2. ออกแบบรับความล้า พื้นเสริม STEEL FIBER รับความล้าได้สูง กว่าพื้นเสริมเหล็กแบบเดิมทำให้ลดค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมพื้น แม้แตพื้นที่ใช้งานหนัก ทำมห้พื้นมีอายกุารใช้งานยาวนาน

 

 

3. ออกแบบรับแรงกระแทก พื้นเสริม STEEL FIBER เพิ่มความสามารถรับแรงกระแทก ทำให้พื้นคงสภาพสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไมสะดุด

 

 

4.ออกแบบเพื่อรับแรงกด (Bearing) พื้นของท่านที่ได้รับการเสริม สตีลไฟเบอร์ (Steel Fiber)ทั่วทุกจุด ดังนั้นไม่ว่าแรงจะกระทำ บริเวณใดหรือความเครียดเกิดขึ้นเท่าไหร่ การออกแบบรับแรงกดอย่างเหมาะสมจึงทำให้รับรองและหลีกเลี่ยงการบิดงอและความเสียหายได้

 

ข้อดีของการใช้สตีลไฟเบอร์ ที่ดีมากกว่าพื้นทั่ว

* ดูแล บำรุงรักษาง่าย ลดรอยร้าว ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และทนต่อการสึกกร่อน 

* อายุการใช้งานยาวนาน เนื่องจากความสามารถในการต้านทานความล้าและแรงกระแทกสูง พื้นเสริมเส้นใยจึงมีอายุการใช้งานยืนยาวและลดการซ่อมบำรุง 

* ประสิทธิการรับแรงได้ดีขึ้น การใช้งานสูงขึ้น เส้นใยเหล็กช่วยดึงประสิทธิภาพสูงสุดของพื้น มาใช้งาน ทำให้พื้นสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงขึ้น

* ใช้ความหนาพื้นที่เหมาะสมที่สุด เส้นใยเหล็กสตีลไฟเบอร์ ช่วยทำให้ความหนาพื้นที่เหมาะสม และยังทนทาน

* ลดระยะเวลาการก่อสร้าง การใช้เส้นใย สตีลไฟเบอร์ ในการเสริมกำลังช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

* ใช้ความหนาแน่น้อยกว่าพื้นเสริมเหล็กเส้น