mfg

เหล็กไวร์เมช

ตะแกรงสำเร็จรูป ไวร์เมช (Wire Mesh) 

มาตรฐานที่ใช้ในการควบคุมการผลิต คือ มอก. 737-2549 ตะแกรงไวร์เมช ผลิตจากลวดรีดเย็น (Cold Draw Steel Wire)

มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 3-6 มิลลิเมตร มีขนาดความกว้าง 2.00×4.00ม. และยาว 5-50ม.​ เป็นตะแกรงเหล็กสำเร็จรูปที่ผลิตจากลวดรีดเย็นตามมาตรฐาน มอก. 737-2549

นำมาเชื่อมติดกันเป็นตะแกรงโดยการ อาร์กด้วยไฟฟ้า ด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้จุดต่อของเหล็กละลายติดกันได้ดีกว่าการผูกด้วยแรงงาน ทำให้รับแรงดึงได้ดีกว่าการผูกแบบธรรมดา และกรรมวิธีการผลิตแบบนี้เอง จึงทำให้มีกำลังดึงประมาณ 6,230 – 6,500 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และมีกำลังจุดคลากต่ำสุดที่ประมาณ 5,500 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ทำให้รับแรงได้สูง สม่ำเสมอกว่าเหล็กเส้นทั่วไป นิยมนำมาใช้ในงานเสริมคอนกรีตผิวพื้น Topping หรืองานถนนคอนกรีต เพื่อทำหน้าที่ต้านทานอุณหภูมิ 

ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูปนี้ จะช่วยให้ประหยัดเวลา และราคาถูกกว่าการใช้เหล็กเส้นทั่วไป

 

เหล็กไวร์เมชคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร

ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) หรือ ตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรึต ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ทอติดกันเป็นผืน อาร์คเชื่อมติดกันด้วยไฟฟ้าทำให้จุดตัดทุกจุดหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน สามารถตัดเป็นแผง/ม้วน ได้ตามต้องการโดยไม่เสียเศษ ใช้แทนการผูกเหล็กเส้นธรรมดาทั่วไปได้เป็นอย่างดี ประหยัดทั้งเวลาและค่าแรงงานได้มากกว่า 80%

ประโยชน์ของการเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช
1.ประหยัด เพราะเป็นตะแกรงเหล็กที่มีกำลังคลากสูงกว่าเหล็กเส้นทั่วไปสองเท่าจึงทำให้ ประหยัดวัสดุ ประกอบกับตะแกรงเหล็กสามารถผลิตได้ตามขนาดที่ต้องการ จึงทำให้ไม่เสียเศษเหล็ก 

2.ลดขั้นตอนเวลา, ภาระและลดความสูญเสีย และใช้งานได้รวดเร็ว เพราะเป็นตะแกรงเหล็กที่ลดขั้นตอนในการทำงานได้ถึง 50% เนื่องจากการขนส่งเคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็วสามารถนำไปใช้ได้ทันทีไม่ต้อง เสียเวลาในการผูกเหล็ก ตัดและดัด ทำให้ลดเวลาในการผูกเหล็กลงได้ถึง 70-90%

3.แข็งแรงสม่ำเสมอแน่นอน เพราะเป็นตะแกรงเหล็กที่ผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ ทุกระยะจุดเชื่อมไม่คลาดเคลื่อนได้มาตรฐาน สม่ำเสมอตลอดผืนและมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่บิดงอ ทำให้งานเสริมเหล็กออกมาดี ซึ่งเป็นผลให้โครงสร้างมีความแข็งแรงสม่ำเสมอตลอดทั้งผืน 

wiremesh-b2

หน้าที่ของเหล็กไวร์เมช 
เหล็ก Wire mesh ที่ใช้แทนการผูกเหล็กสำหรับทำถนนคอนกรีต มีหน้าที่เอาไว้รับแรงกระแทก
เพราะ ช่วย ให้การทำงานไวขึ้น และใช้เป็นทางยาวๆ การเอาเหล็กมาผูกและเป็นเหล็กขนาดเล็กอาจจะไม่เหมาะเท่าที่ควรและประสิทธิภาพไม่ดีเท่าเหล็กไวร์เมช หรือตะแกรงไวร์เมช

ลักษณะการใช้งานเหล็กไวร์เมช
1.ใช้ในการก่อสร้างถนน โดยใช้เหล็กหรือตะแกรงไวร์เมชเป็นตัวรับและกระจายน้ำหนัก
เหล็กตะแกรงในงานถนน มีไว้ป้องกันการแตกร้าวเป็นหลัก ส่วนใหญ่เอาไว้รับแรงดึง จากการขยายตัวของพื้นคอนกรีต
ความแข็งแรงของถนน คือชั้นคันทางโดยมีคอนกรีตทำหน้าที่กระจายแรง ดังนั้น ถ้า คอนกรีตกระจายแรงได้ดี
แต่คันทางรับน้ำหนักไม่ได้ คอนกรีตก็จะแตก
ขณะเดียวกัน ถ้าคันทางรับน้ำหนักไม่ได้แม้คอนกรีตจะกระจายแรงได้ดีเพียงใด มันก็ รับน้ำหนักไม่ไหว
Wire Mesh ทั่วไป จะรับแรงดึงได้ มากกว่า เหล้กเส้นกลม ประมาณ 2 เท่า
2.ใช้ในการก่อสร้างอาคาร เพราะไวร์เมชมีลักษณะเด่นในการรับน้ำหนัก จึงเป็นที่นิยมในการปูพื้นเพื่อรองรับคอนกรีตที่เทเป็นพื้นตึกหรืออาคาร
3.ปูกำแพงดิน ,ผนังรับแรง ,กำแพงคอนกรีต ที่ต้องการโครงสร้างที่ผสานเชื่อมต่อกันอย่างมั่นคงแข็งแรงมากๆ
ลักษณะการใช้งาน

– พิ้นคอนกรีตทุกชนิด เช่น พื้นดิน (SLAB ON GROUN)
– พื้นบนคาน (SUSPENDED FLOORS)
– หลังคา (ROOF FLOOR)
– ปูก่อนเทคอนกรีตทับหน้า (TOPPING OF PRECAST FLOOR)
– พืนสำหรับงาน POST TENSION
– ถนนคอนกรีต ลานจอดรถ สนามบิน แล อื่นๆ
– ผนังรับแรง (BRARING WALL) กำแพงดิน)
– ท่อ BOX COVERT 

ข้อดีของตะแกรงเหล็ก

สามารถตัดขึนรูปได้ง่ายสะดวกในการใช้งานในทุกประเภทอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างเช่นท่อคอนกรีตเสริมเหล้กพื้นสำเร็จรูป คลองส่งน้ำ ชั้นบันได……

– ประหยัดเวลาและ ลดการสูญเสียปริมาณเหล็ก
– มีกำลังคลาทสูงกว่าเหล็กทั้วไปถึงสองเท่า ทำให้ประหยัดวัสดุ
– ผลิตได้ขนาดตามต้องการ ไม่ว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือ เล็ก
– ลดขั้นตอนการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายต่างๆได้
– มีความรวดเร็วในการทำงาน  และ กำหนดเวลาเสร็จได้แน่นอน

ทำไมต้องใช้ตะแกรงไวร์เมช 

เนื่องจากสมัยก่อนการปูพื้นคอนกรีต เราจำเป็นต้องใช้เหล็กเพื่อรองรับแรง และการใช้เหล็กผูกแบบเดิมทำให้ยุ่งยาก ลาบากต่อการใช้งาน แถมไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน เหล็กไวร์เมชจึงออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้เพราะเหล็กไวร์เมชใช้งานง่าย มีมาตรฐานและรับแรงกระแทกได้ค่อนข้างดีมาก เมื่อเทียบกับเหล็กผูกแบบเดิม

 

galvanized-wire-mesh
เราลองมาดูเหตุผลว่าแต่ละข้อกันดีกว่า ทำไมเราถึงควรเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช

1.เพราะการนำเหล็กเส้นมาผูกกันด้วยลวดผูกเหล็กทำให้เสียเวลามาก ทั้งสิ้นเปลืองแรงงานคน ค่าแรงที่ต้องจ่าย ค่าล่วงเวลา จึงไม่คุ้มที่จะใช้เหล็กเส้นมาผูกกันเพื่อใช้เป็นฐานก่อนปูคอนกรีต

2.ไม่จำเป็นต้องตัด ดัดลวด และผูกเหล็กจำนวนมากเพื่อเป็นฐานก่อนเทคอนกรีต ประหยัดทั้งเวลาที่ต้องใช้และแรงงานคนได้อย่างมาก 

3.เพราะการนำเหล็กเส้นมาผูกกันเราต้องมีการตัดลวด และเศษเหล็กหรือลวดที่เหลือ
เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และยังยุ่งยากในการกำหนดขนาดเหล็กแผงตะแกรงไวร์เมช

3.เพราะการนำเหล็กเส้นมาผูกกันด้วยแรงงานคน คุณภาพ ความสม่ำเสมอของจุดเชื่อมหรือจุดอาร์คนั้น ย่อมไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกับ ตะแกรงไวร์เมชที่อาร์คด้วยเครื่องไฟฟ้าที่มีการกำหนดมาตรฐานได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะผลิตด้วยเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ

4.เพราะการนำเหล็กเส้นมาผูกกันด้วยแรงงานคน คุณสมบัติของ Yield Strength หรือความแข็งแรง หรือคุณสมบัติในการับแรงย่อมน้อยการตะแกรงไวร์เมชถึงสองเท่า ดังนั้นตะแกรงเหล็กไวร์เมชจึงมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่าแน่นอน

5.ตะแกรงเหล็กไวร์เมช ช่วยให้การทำงานได้สะดวก รวดเร็ว ทั้งการขนส่ง เคลื่อนย้าย การจัดวางเนื่องจากขนาดและระยะที่แน่นอน มีมาตรฐานจึงทำให้การตรวจสอบง่ายและสะดวก รวดเร็ว ในการขนส่งด้วยรถขนส่งหรือการขนส่งแบบอื่นๆ
6.ผู้ที่ไม่ชำนาญงานก็สามารถใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชได้ เพราะความมาตรฐานของเหล็กทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวก

7.ง่ายและสะดวกต่อการตรวจสอบปริมาณของเหล็กไวร์เมช ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือหน้างานเนื่องจากสามารถตรวจสอบเป็นม้วนหรือแผงได้ ไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจสอบ

 

การใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง

1.ปูพื้นถนนคอนกรีต,พื้นลาดจอดรถ
2.พื้นสำเร็จรูป(งานพรีคาสท์)
3.ปูก่อนเท คอนกรีตทับหน้าพื้นสำเร็จรูป(งานTopping)
4.งาน Post Tension
5.งานหลังคา กัลวาไนซ์ไวร์เมช ใช้สำหรับปูรองฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
6.งานหล่อผนังรับแรงต่างๆ,ท่อคอนกรีตขนาดใหญ่,งานหล่อแบบต่างๆ
7.งานอื่นๆ สามารถนำไปดัดแปลงขึ้นรูปได้ง่ายเพื่อใช้ในงานก่อสร้างเช่น
ปูพื้นบ้าน อาคาร โรงงาน ต่างๆ 

wiremesh_decks_large

 

 

รายละเอียดเกี่ยวกับไวร์เมชอ่านได้ที่นี่ ครับ

https://www.tpkrungrueangkit.com/ความรู้เรื่องเหล็ก/เหล็กไวร์เมชคืออะไรและ/