mfg

แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

ผลิตและจำหน่าย แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) สำหรับงานถนน, ปรับภูมิทัศน์, งานเขื่อน, งานก่อสร้าง ,สำหรับงานดิน 

แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

ลักษณะของ Geotextile

Geotextile

แผ่น Geotextile คืออะไร 

แผ่นใยสังเคราะห์ชนิดถักทอ แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) ทำจากวัสดุ Polypropylene โดยทำจากแผ่นฟิล์มของ Polypropylene และนำมาถักทอ โดยแผ่นใยสังเคราะห์ชนิดถักทอ

จะมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง และแผ่นใยสังเคราะห์ชนิดนี้ยังมีความทนทานต่อสารเคมีต่างๆที่ทีอยู่ในดินธรรมชาติสูง ตลอดจนการซึมผ่านของน้ำที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในการป้องกันชายฝั่งทะเล , รางรถไฟ และงานเพิ่มความแข็งแรงของงานดิน งานระบายน้ำ, งานกรองแยกวัสดุ และงานเสริมกำลังดิน ในงานด้านวิศวกรรมโยธาหรือทางชลศาสตร์ เช่น งานสร้างคันทาง, เขื่อนป้องกันคลื่น, งานบริเวณทางน้ำหรือคลอง เป็นต้น สำหรับปัจจุบันนิยมใช้แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) มากขึ้น

Geotech ประกอบด้วยเส้นใยพลาสติก Polypropylene หรือ Polyester ชนิดไม่ถักทอ (Needle Punch Nonwoven) โดยผลิตขนาดความกว้างได้ตั้งแต่ 4 เมตร จนถึง 5.50 เมตร และสามารถผลิตให้มีน้าหนักได้ตั้งแต่ 100กรัม/ตร.ม ไปจนถึง 1,500กรัม/ตร.ม.

Geotextile จัดเป็นสิ่งทอสังเคราะห์( Nonwoven textile) มีลักษณะเป็นแผ่นใยสังเคราะห์ผืนใหญ่น้ำหนักเบา ทำให้เป็นผืนโดยการนำเส้นใยมาผลิตโดยตรง ไม่ต้องผ่านการทำให้เป็นเส้นด้ายก่อน เส้นใยสามารถยึดติดกันและทำให้แข็งแรงด้วยกระบวนการเชิงกล กระบวนการทางเคมี หรือกระบวนการทางความร้อน เส้นใยที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเส้นใยประดิษฐ์ เช่น พอลิเอสเตอร์ พอลิโพรพิลีน เป็นต้น
นันวูเว่น ใยสังเคราะห์แผ่นบางที่มีคุณสมบัติมากมาย ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในงานดินและงานสิ่งแวดล้อม เช่น งานถนน สนามบิน ทางรถไฟเขื่อนดิน กำแพงกันดิน อ่างเก็บน้ำ คลอง การถมดิน ชายฝั่งทะเล โดยทั่วไปแล้ว
Geotextile จะเสริมผิวหน้าดินให้มีขีดความสามารถในการรับแรงดึงได้มากขึ้นซึ่งจะทำให้ดินมีความแข็งแรงมากขึ้น
Geotextile เป็นสิ่งทอที่ผลิตขึ้นในงานของวิศวกรรมโยธาและอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ควบคุมอุณหภูมิของดินและปริมาณน้ำ แยกชั้นดินและหินออกจากกัน ใช้ในงานดิน ปรับภูมิทัศน์ งานเขื่อน บ่อดิน ต่างๆ เป็นต้น 

ลักษณะของแผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile 
  • มีลักษณะเป็นเส้นใย มาติดกัน โดยไม่ใช่ลักษณะการทอ แต่เป็นการยึดติดกัน ด้วยเข็มบดอัด
  • ทนความร้อนสูง 
  • น้ำสามารถซึมผ่านได้ดี
  • มีความยืดหยุ่น แต่เหนียวและแข็งแรง 
  • มีน้ำหนักเบา สามารถขนส่งสะดวก
  • แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ขาดหรือยุ่ยง่าย 
  • ใช้งานงานง่าย สามารถปูหรือวางกับหน้างานได้ง่าย
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน ได้หลายสิบปี
  • สามารถใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น งานถนน, ปรับภูมิทัศน์, งานเขื่อน, งานก่อสร้าง ,สำหรับงานดิน เป็นต้น 
  • ขนส่งง่าย ด้วยการผลิตออกมาลักษณะเป็นม้วน จึงทำให้ขนส่งได้ง่าย

 


 

เส้นใยสังเคราะห์ แบ่งเป็น 3 ประเภท

1. เส้นใยพอลิเอสเตอร์ โพลิเอสเตอร์เป็นเส้นใยที่ผลิตจากปฏิกริยา Polymerization ของ Dihydric alcohol และ Dicarboxylic acid ดังตัวอย่างปฏิกริยาที่เกิดจากการใช้ Ethylene glycol และ Terephthatic acid Polymer repeat unit ประมาณ 80-100 หน่วย จึงจะได้ Polyester ที่ทำเป็นเส้นใยได้ โพลิเอสเตอร์ที่ได้จากการผลิตในชั้นต้นจะผ่านออกมาเป็นเส้น แล้วถูกตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เมื่อต้องการทำเป็นเส้นใยก็จะต้องนำไปหลอมเหลว แล้วกดผ่านแว่น Spinneret เส้นใยที่กดออก มากระทบอากาศก็จะแข็งตัว จากนั้นก็นำไปดึงยืดเพื่อให้เส้นใยมีความเหนียวแข็งแรง

2. เส้นใยพอลิเอไมด์ เช่น ไนลอน (Nylon) เป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์มีหลายชนิด เช่น ไนลอน 6,6 ไนลอน 6,10 ไนลอน 6 ซึ่งตัวเลขที่เขียนกำกับหลังชื่อจะแสดงจำนวนคาร์บอนอะตอมในมอนอเมอร์ของเอมีนและกรดคาร์บอกซิลิก ไนลอนจัดเป็นพวกเทอร์มอพลาสติก มีความแข็งมากกว่าพอลิเมอร์แบบเติมชนิดอื่น (เพราะมีแรงดึงดูดที่แข็งแรงของพันธะเพปไทด์) เป็นสารที่ติดไฟยาก (เพราะไนลอนมีพันธะ C-H ในโมเลกุลน้อยกว่าพอลิเมอร์แบบเติมชนิดอื่น) ไนลอนสามารถทดสอบโดยผสมโซดาลาม (NaOH + Ca(OH) 2) หรือเผาจะให้ก๊าซแอมโมเนีย ประโยชน์ของไนลอน ใช้ในการทำเสื้อผ้า ถุงเท้า ถุงน่อง ขนแปรงต่างๆ สายกีต้าร์ สายเอ็น ไม้แร็กเก็ต เป็นต้น

3. เส้นใยอะคริลิก ใยอคริลิค เป็นชื่อทั่วไปของเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งบริษัทดูปองผลิตขึ้นมาได้เป็นชนิดที่สอง แต่ยังไม่สามารถนำมาทำเป็นเส้นใยได้ จนกระทั่งถึงระยะหลังเมื่อมีเส้นใยสังเคราะห์หลากหลายชนิดเกิดขื้น จึงได้ผลิตเส้นใยอะคริลิคออกมาในสื่อการค้าว่า ออร์ลอน (Orlon) และบริษัทอื่น ๆ ได้ผลิตเส้นใยอะคริลิคออกมา เช่น อะคริแลน (Acrilan) ผลิตโดยบริษัทซีลานีส เวเรล (Verel) ผลิตโดยบริษัทอีสแมน ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีส่วนประกอบเหมือนกัน แต่ขบวนการผลิตแตกต่างกัน อะคริลิคเป็นเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งประกอบด้วยโพลิเมอร์ของ Acrylonitrille อย่างน้อย 85% โดยน้ำหนักและ Vinyl Cyanide เมื่อได้เป็นโพลิเมอร์ที่จะทำให้เป็นเส้พใยต้องนำไปละลายใน Di-methyl form-amide แล้วจืงอัดเป็นเส้นใย เมื่อตัวทำละลายระเหยไปก็จะได้เส้นใยอะคริลิค


 

การผลิตแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)
Geotextile Warp-knitting เสริมความแข็งแรงให้ Geotextile ผลิตจาก fiberglass และเย็บ geotextile เข้าด้วยกันด้วยเครื่อง warp-knitting ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) ที่มีคุณภาพ และผลิตในประเทศไทย


 

การใช้งานแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

คุณสมบัติพิเศษของ นันวูเว่น ใน Geotextile มีความโดดเด่นในด้านความแข็งแรงทนทาน ทนความร้อนสูง และน้ำสามารถซึมผ่านได้ดี จึงตอบโจทย์ของงานดิน และภูมิสถาปัตย์ต่างๆ
แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลาย อยู่ที่การประยุกต์ใช้งาน ดังนี้

✔ แยกชั้นวัสดุ (Separation) เพื่อเพิ่มความมั่นคงของชั้นดิน
✔ ป้องกันดิน (Protection) ป้องกันดินยุบรวมกัน เพราะปัญหาในการรับน้าหนักของผิวดิน มักจะเกิดการแทรกตัวและปะปนของชิ้นวัสดุที่มีการทับถมเพื่อการบดอัดกับชั้น ดินเดิมที่อ่อน ทำให้ชั้นดินไม่แน่น การใช้แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพื่อป้องกันการปนกันของชั้นดิน เราจะแยกชั้นวัสดุโดยแผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile จะถูกปูระหว่างชั้นวัสดุ พื้นทางและชั้นดินเดิม ซึ่งเป็นการแยกชั้นวัสดุ ทำให้ชั้นดินเดิมบดอัดได้แน่นขึ้น
✔ กรองชั้นวัสดุ (Filtration) สำหรับงานระบายน้ำ
✔ ควบคุมการกัดเซาะบริเวณริมตลิ่ง (Erosion Protection)
✔ เสริมกำลังวัสดุ (Reinforcement)
✔ เพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้างบนดิน กำแพงหรือ ทางลาดชัน
✔ ป้องกันการฉีกขาดของแผ่นพลาสติกกันซึม
✔ งานระบายน้ำ ใช้เป็นวัสดุกรองสำหรับงานระบายน้ำ
✔ แยกชั้นวัสดุเพื่อเพิ่มความมั่นคงของชั้นดิน
✔ เสริมกำลังดินเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ
​✔ ใช้เป็นวัสดุป้องกันวัสดุหลักเสียหาย
✔ ใช้เป็นวัสดุป้องกันการกัดเซาะลาดคันดิน
✔ การสร้างถนนใหม่ และการซ่อม การราดยางมะตอยบนหน้าถนนซีเมนต์เก่า ซ่อมการแตกกระเทาะของถนนลาดยางมะตอย และถนนยางมะตอยเก่า เสริมความแข็งแรงให้รันเวย์สนามบิน, สะพาน และสนามเด็กเล่น

Non-woven Geotextile have superior capacity for filtration and load distribution, reducing rutting and extending the life of paved and unpaved roadways. Made from individually woven, ultraviolet (UV)-resistant polypropylene yarns, and manufactured with high tensile strength and low elongations

 

การติดตั้งแผ่น  Geotextile สำหรับชั้นระบายน้ำในกระบะต้นไม้คอนกรีต หรือ ชั้นระบายน้ำของสนามหญ้าจริงที่เป็นพื้นคอนกรีต

  1. เมื่อถึงขั้นตอนการติดตั้งชั้นระบายน้ำ ในกระบะต้นไม้คอนกรีตนั้นจะต้องทำการลงกันซึมให้แล้วเสร็จ จากนั้นติดตั้งแผ่นระบายน้ำจนเต็มพื้นที่
  2. ติดตั้งผ้าใยสังเคราะห์ Geotextile โดยการปูบนแผ่นระบายน้ำเป็นรูปตัว Uให้เต็มพื้นที่ และเผื่อความยาวตรงปลายไว้ สำหรับพับเก็บตามของกระบะ ดังรูป
  3. โรยทรายรองพื้น ดิน วัสดุปลูก หรือวัสดุปูพื้นอื่นตามต้องการ โดยการบดอัดวัสดุถมดังกล่าวให้ใช้การบดอัดด้วยมือหรือเครื่องบดอัดน้ำหนักเบา (Light weight tools) เท่านั้น
  4. ปลูกต้นไม้ตามต้องการ

ประเภทการใช้งานแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile ถูกนำมาใช้งานส่วนใหญ่ในงานที่เกี่ยวกับพื้นดิน หิน กรวด ทราย ป้องกันการพังทลาย ของดิน ทำให้ชั้นดินและหินแยกตัวออกจากกัน ซึ่งใช้ในงานดังต่อไปนี้ 

  • งานถนนถาวร และถนนชั่วคราว
  • งานทางรถไฟ
  • งานพื้นที่บริเวณสนามบิน
  • งานเขื่อนดินถม
  • งานถมคันทางบนดินอ่อน
  • Geotextile เพื่อเสริมความแข็งแรงให้เขื่อน ปูพื้นหรือกั้นผนังดินเสริมความแข็งแรงให้เขื่อน
  • Geotextile เพื่องานเสริมผนังกันดิน
  • Geotextile เพื่องานสนามหญ้า / สนามกอล์ฟ
  • Geotextile เพื่องานระบายน้ำใต้ดิน
  • Geotextile เพื่องานถนน
  • Geotextile สำหรับงานบ่อเก็บน้ำดี / น้ำเสียก่อนปูพลาสติกกันซึม
  • Geotextile สำหรับงานบ่อขยะ
  • Geotextile ใช้ปูบ่อก่อนการทำอ่างเก็บน้ำดี / น้ำเสีย ก่อนปูพลาสติกกันซึม

 


ตัวอย่างลักษณะงานที่ใช้แผ่น geotextile 

การใช้ Geotextile ปูเพื่อป้องกันการพังทลายของผนังดิน ริมแม่น้ำ ลำคลอง 


 

Geotextile เสริมความแข็งแรงให้เขื่อน เป็นงานโครงการใหญ่ที่ต้องใช้แผ่น geotextile ในการก่อสร้าง 

 

 


การใช้ Geotextile ปรับภูมิทัศน์ในสนามกอล์ฟ หรือสนามหญ้า 


 

 

Geotextile กับงานท่อระบายน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันน้ำเสียกับน้ำดีปนกัน

 

 


การใช้แผ่น Geotextile กับงานถนน เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน 


ประโยชน์ของแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

Geotextile มีประโยชน์อย่างไร และถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไรบ้าง

1. ใช้ทำหน้าที่แยกชั้นวัสดุ (Separator) โดยมากจะเป็นการปู Geotextile เพื่อแยกวัสดุมวลรวม 2 ชนิดที่ต่างกันออกจากกัน เพื่อเป็นการควบคุมการรวมตัว ของวัสดุที่ไม่เท่ากัน เช่น เป็นการปูรองชั้นดิน ก่อนถมวัสดุมวลรวมใหม่ เพื่อทำเป็นวัสดุรองพื้น ก่อนทำผิวหน้าเป็นคอนกรีตหรือแอสฟัลท์ เช่นการปูเพื่อแยกหิน ไม่ให้ปนกับดินเป็นต้น

คุณสมบัติหลัก ในการเลือกใช้งานควรเลือกวัสดุที่มีค่าการระบายน้ำสูง ค่าการยืดหยุ่นตัวที่ดี ค่าป้องกันการเจาะทะลุสูง
2. ใช้ทำหน้าเป็นวัสดุกรอง (Filter) โดยมากจะเน้นเป็นการปูเพื่อป้องกันวัสดุมวลรวม ที่เราต้องการจำกัดการเคลื่อนตัวเคลื่อนที่ไป เช่น การปูด้านหลังกล่องลวดตาข่าย (Gabion & Mattress) การปูด้านหลังการเรียงหิน การห่อหุ้มท่อระบายน้ำ การปูเพื่อปรับดิน เป็นต้นคุณสมบัติหลัก ในการเลือกใช้งาน ควรเลือกวัสดุที่มีค่าการระบายน้ำสูง ค่าการยืดหยุ่นตัวที่ดี ค่าป้องกันการเจาะทะลุสูงและมีความพรุ่นต่ำ
3. ใช้เสริมคันดินให้แข็งแรง โดยส่นมากจะใช้เสริมคันดิน เพื่อป้องกันการพังทลายของชั้นดิน 

ข้อดีของแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

การเลือกใช้งาน Geotextile ในงาน มีข้อดีอย่างไร 

✔ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าก่อสร้าง
✔ ง่ายต่อการติดตั้งและประหยัด เพราะมีความกว้างถึง 4 เมตรทำให้มีรอยต่อในการเชื่อมติดและการวางซ้อนน้อยกว่า

ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณการใช้กรวดทรายจากธรรมชาติ เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะหมดไป

✔ การซึมผ่าน สามารถใช้ในการติดตั้งถนนลาดราดยางมะตอยใต้พื้นดินที่มีความร้อนสูง, ป้องกันการทะลุผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ, ป้องกันการพังของหน้าถนนและฐานถนน
✔ ป้องกันและชะลอการแตกกระเทาะ มีความยืดตัวต่ำ และรับแรงดึงได้สูง, มีประสิทธิภาพในการเคลียร์ถนนตรงรอยเชื่อม หรือรอยแตกกระเทาะ, ลดการขยายออกของการแตกกระเทาะ และ การสะท้อนของถนนลาดยาง และเลื่อนการแตกกระเทาะ
✔ วัสดุสังเคราะห์ทางธรณี Geotech ที่นำมาใช้ในโครงสร้างทางชลศาสตร์และโยธา จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างดังกล่าวได้ดีขึ้น โดย Geotextile สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานต่างๆได้

แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

 

รุ่น ขนาดและน้ำหนัก ต่อม้วนของแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

รุ่น กว้าง (เมตร) ยาว (เมตร) น้ำหนัก (กิโลกรัม)
GOGPL 120 gram 2 100 24
GOGPL 120 gram 4 100 48
GOGPL 150 gram 2 100 30
GOGPL 150 gram 4 100 60
GOGPL 200 gram 2 100 40
GOGPL 200 gram 4 100 80
GOGPL 250 gram 2 100 50
GOGPL 250 gram 4 100 100
GOGPL 300 gram 2 100 60
GOGPL 300 gram 4 100 120
GOGPL 400 gram 2 100 80
GOGPL 400 gram 4 100 160
GOGPL 500 gram 2 100 100
GOGPL 500 gram 4 100 200

 

การเลือกซื้อแผ่น Geotextile 

  1. ควรให้วิศวกรคำนวณหรือเลือกใช้ขนาด geotextile ที่เหมาะสมกับงาน
  2. เลือกซื้อกับบริษัทที่ได้มาตรฐาน 
  3. เลือกซื้อกับบริษัทที่มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน