การใช้งานเหล็กเอชบีม

การใช้งานเหล็กเอชบีม
สวัสดีครับ อย่างที่เรารู้แล้วว่า เหล็กเอชบีมคืออะไร วันนี้เราจะมาดูกันว่าเหล็กเอชบีมใช้ทำอะไรได้บ้าง
เหล็กเอชบีมถือเป็นเหล็กที่มีความแข็งแรง ทนทาน และติดตั้งง่าย ถือเป็นเหล็กสำเร็จรูปที่เป็นที่นิยมใช้งานสำหรับงานโครงสร้าง ใช้ทำเสา คาน โครงหลังคา อาคาร โรงงาน บ้านพักอาศัย หรืองานโครงการขนาดใหญ่ได้เช่น

  • โครงสร้างเสา เหล็กเอชบีมใช้ทำโครงสร้างเสาได้เป็นอย่างดี การรับนำหนักขึ้นอยู่กับความหนาและขนาดความยาว ไม่ต้องทำการหล่อเสาคอนกรีต โดยสามารถใช้เหล็กเอชบีมเป็นเสาได้เลย
  • โครงสร้างคาน เหล็กเอชบีมใช้ทำโครงสร้างสำหรับคานได้ เพราะมีน้ำหนักเบา แต่ทนทานและแข็งแรง จึงสามารถรับน้ำหนักได้
  • โครงหลังคา งานหลังคาหรือโครงหลังคา สามารถใช้เหล็กเอชบีม เพื่อทำเป็นโคงหลังคาได้
  •  ดัดแปลง ต่อเติม เช่น โรงจอดรถ ลานจอดรถ
  • เนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เหล็กเอชบีม

ข้อดีของเหล็กเอชบีม

  • ติดตั้งได้ง่าย เหล็กเอชบีมสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก หากช่างมีความชำนาญก็จะทำงานได้อย่างรวดเร็ว ปกติเหล็กเอชบีมจะใช้การเจาะรูแล้วขันน๊อต ทำให้ทำงานได้รวดเร็ว
  • รื้อถอนได้ง่าย เนื่องจากเหล็กเอชบีมใช้การขันน๊ตเพื่อติดตั้ง ดังนั้นจึงติดตั้งง่ายและรื้อถอนได้ง่ายด้วยเช่นกัน
  • สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง หลังจากการรื้อถอนเหล็กเอชบีมสามารถนำกลับไปใช้งานได้ซ้ำ จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก และสะดวก

โดยปกติแล้วนิยมใช้เหล็กเอชบีม หรือไวด์แฟรงก์เพื่อลดขนาดความลึกของคานคอนกรีตเสริมเหล็ก

เหล็กเอชบีม สามารถใช้ทำสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้เช่น สะพาน, ร้านอาหาร,ร้านกาแฟ ,คาเฟ ,สโมสร,โกดัง ,โรงงานบ้าน เป็นต้น

เหล็กเอชบีม,เหล็ก H-Beam,เหล็กเฮชบีม

ความแตกต่างระหว่างเหล็ก H-beam กับเหล็ก I-Beam

ความแตกต่างระหว่างเหล็กเอชบีม (H-beam) กับเหล็กไอบีม (I-Beam)

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาทำความรุ้จักกับเหล็กก่อสร้างอีก 2 ชนิด ที่คนมักจะสับสนกันมาก เพราะมีรูปร่างคล้ายๆกัน เลยทำให้คนสับสนนั่นก็คือ เหล็ก I-Beam กับ เหล็ก H-Beam นั่นเอง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับเหล็กทั้งสองชนิดกันก่อน

เหล็ก I-Beam เป็นเหล็กที่มองจากหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปตัว I เหล็ก I-Beam เหมาะสำหรับนำไปทำเป็นรางเครน ที่ไว้ใช้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก เนื่องจากปีกบนและล่างของเหล็ก I-Beam จะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งในขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-Beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-Beam เนื่องจากเหล็ก I-Beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่า เพื่อรองรับแรกกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน

เหล็ก H-Beam เป็นเหล็กที่มองจากหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปตัว H ตั้งตะแคง ลักษณะมุมตัดเป็นฉาก ปีก Flange ทั้งบนและล่างจะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ขนาดของหน้าตัดมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. มักใช้ในงานทำเสา คานหรือโครงหลังคา อาคารขนาดย่อมๆ รวมถึงงานก่อสร้างขนาดเล็ก เนื่องจากปีกเหล็กยาวและเป็นเส้นตรง มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี แต่อาจจะรับแรงกระแทกได้ไม่มากนัก นอกจากนี้หากเป็นการออกแบบจะใช้ H beam เป็นตัวเลือกแรกๆ


รูปร่าง
เหล็ก H-Beam

เป็นเหล็กที่มองจากหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปตัว H ตั้งตะแคง เหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด


เหล็ก I-Beam
ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน


การใช้งาน
เหล็ก H beam จะใช้สำหรับโครงสร้างขนาดย่อมๆ เช่น งานบ้าน หรืออาคารขนาดเล็ก รับน้ำหนักได้ดี แต่รับแรงกระแทกได้ไม่มาก

เหล็ก I beam ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับแรงกระแทกหนักๆ อย่างรางเลื่อน ตัวเครนยกของหนักๆ ตามโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างขนาดใหญ่

การใช้งานเหล็กไอบีม (I-beam) ใช้รับน้ำหนักได้ดีมาก